明日は来るから
ほら 舞い降りた雪がこの手に溶けては
まるで何もなかったように消えてく
ねえ 大切なことは壊れやすいから
僕たちにはつかめない 静かに漂うだけ
はるかな はるかな 宇宙の片すみ
こうしてふたりが出会えた偶然
奇跡と呼びたいこの気持ちを
君だけに伝えたいよ
ただ 伝えたいことがうまく言えなくて
迷いながら さがしながら 生きてた
いま ひとつの光を見つけた気がして
追いかければ逃げてゆく 未来は落ち着かない
何度も何度も立ち止まりながら
笑顔と涙を積みかさねてゆく
ふたりが歩いたこの道のり
それだけが確かな真実
雨降るときには君の傘になろう
風吹くときには君の壁になろう
どんなに闇の深い夜でも
かならず明日は来るから
春に咲く花や (Love, Love, Always)
夏の砂浜
秋の黄昏や (Love, Love, Forever)
冬の陽だまり
いくつもいくつもの季節がめぐり (Love, Love, Always)
重ねあう祈りは 時空さえ超えてゆく
はるかな (宇宙の片すみにいて)
はるかな (想いをはせる)
奇跡と呼びたいこの気持ちを
ただ君だけに伝えたいよ
何度も何度も立ち止まりながら
笑顔と涙を積みかさねてゆく (かさねてゆく)
ふたりがあるいたこの道のり (道のり)
消え去ることはないから (Oh Year)
雨降るときには君の傘になろう
風吹くときには君の壁になろう
どんなに闇の深い夜でも
かならず明日は来るから
君だけに伝えたいよ
かならず明日は来るから
เกล็ดหิมะที่เต้นรำลงมาจากฟากฟ้านั้นละลายอยู่บนอุ้มมือนี้
ไม่มีอะไรสามารถคงอยู่ได้ตลอดไป
สิ่งสำคัญมักแตกสลายไปง่ายดายเหลือเกิน
พวกผมล่องลอยไปกับความเงียบงันโดยไม่อาจเชื่อมั่น
ดูห่างไกลเหลือกิน ดูห่างไกลเหลือเกิน ซอกหลืบเล็กๆของจักรวาลนั้น
เราสองคนได้มาพบกันโดยบังเอิญอย่างนี้
ด้วยความรู้สึกที่อยากจะเรียกว่าปาฏิหาริย์นั้น
อยากจะบอกให้เธอได้รับฟังเพียงผู้เดียว
แต่ว่าสิ่งที่อยากจะบอกให้ได้รับรู้นั้น ไม่เคยได้พูดออกไปอย่างอ่อนหวานเลยสักครั้ง
กำลังลังเล หรือหลงทาง ก็ยังอยู่ตรงนี้เสมอ
รู้สึกค้นเคยกับแสงสว่างเพียงอย่างเดียวที่ได้พบเจอในเวลานี้
พยายามไขว่คว้ามันเอาไว้ เพราะไม่เช่นนั้นอนาคตก็ไม่อาจสมบูรณ์ได้
ไม่ว่าจะต้องหยุดเดินต่อไปอีกสักกี่ครั้ง
ใบหน้าเปื้อนยิ้มและน้ำตาถูกเก็บเอาไว้
หนทางที่คนสองคนเคยเดินเคียงไปด้วยกัน
คือสิ่งเดียวที่เป็นความจริงที่สุด
เวลาที่ฝนตกฉันก็จะคอยเป็นร่มให้
เวลาที่ลมพัดฉันก็จะคอยเป็นกำแพงให้
ไม่ว่าความมืดของค่ำคืนจะหม่นมัวไปสักเพียงใด
วันพรุ่งนี้ต้องมาถึงอย่างแน่นอน
ดอกไม้ที่เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ
ชายหาดในฤดูร้อน
พระอาทิตย์ตกในฤดูใบไม้ร่วง
แสงแดดของฤดูหนาว
ฤดูกาลต่างๆที่ห้อมล้อมรอบกายหมุนเวียนไปมา
คำที่เฝ้าอ้อนวอนจะผ่านเข้ามา
ดูห่างไกลเหลือกิน (จากสุดทางจักรวาลอันแสนไกล)
ดูห่างไกลเหลือเกิน (ความรู้สึกของความรัก)
ด้วยความรู้สึกที่อยากจะเรียกว่าปาฏิหาริย์นั้น
อยากจะบอกให้เธอได้รับฟังเพียงผู้เดียว
ไม่ว่าจะต้องหยุดเดินต่อไปอีกสักกี่ครั้ง
ใบหน้าเปื้อนยิ้มและน้ำตาถูกเก็บเอาไว้
หนทางที่คนสองคนเคยเดินเคียงไปด้วยกัน
จะไม่มีวันหายไป
เวลาที่ฝนตกฉันก็จะคอยเป็นร่มให้
เวลาที่ลมพัดฉันก็จะคอยเป็นกำแพงให้
ไม่ว่าความมืดของค่ำคืนจะหม่นมัวไปสักเพียงใด
วันพรุ่งนี้ต้องมาถึงอย่างแน่นอน
อยากจะบอกกับเธอแค่เพียงคนเดียว
พรุ่งนี้จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน
-------------------------------------
วิลเชื่ออย่างนั้นเจ้าค่ะทุกคน ไม่ว่าจะมือแค่ไหนจะต้องมีแสงสว่างของวันพรุ่งนี้รอคอยอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนเลยล่ะ
อ่า งั้นก็ต้องแถมฟิคเจ้านี่ด้วยนะคะ เป็นอะไรที่แต่งมานานนนนนนนนนนนนแล้วล่ะ แต่ว่ากับเวลานี้เลยอยากเอามาลงล่ะ อิอิ เชิญชมเจ้าค่ะ
Title: ในวันพรุ่งนี้
Category: Drama
Author: lullaby
Pairing: Yunho x Jaejung
Rate: ธรรมดาอ่ะ
Note from Author: เป็นเรื่อง(สั้นมากๆ)ที่เคยแต่งไว้นานมากแล้วเจ้าค่ะ เป็นเรื่องที่วาดภาพออกมาเป็นตัวของแจจุงแบบไม่รู้ตัวล่ะค่ะ ยังไงก็ลองอ่านดูนะเจ้าคะ
--------------------------
ขอบฟ้ายามใกล้รุ่งปรากฏแสงสีหลากหลายสาดลอดออกมาจากม่านหมอกแห่งรัตติกาลอันมืดมน ท่ามกลางอากาศทึมเทาแว่วเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดเข้าสู่ฝั่งเป็นจังหวะราวท่วงทำนองอบอุ่นอ่อนโยนขับกล่อมหาดทราย ในทุ่งดอกหญ้าสีเหลืองที่แลดูรัวรางอยู่ในความหม่นมัวคือร่างโปร่งซึ่งสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงขายาวสีดำในแบบที่ดูจะไม่หวั่นต่อลมที่ค่อนข้างจัดและหนาวของยามใกล้เช้าเอาเสียเลย
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มบวมช้ำเหลือบแลทัศนียภาพเบื้องหน้าด้วยแววติดจะหม่นหมองมิได้มียินดีกับวันใหม่ที่กำลังย่างเท้าเข้ามาทักทาย มือเรียวขาวยกขึ้นปัดเส้นผมสีดำค่อนข้างยาวให้พ้นจากใบหน้าได้รูป ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงคล้ายต้องการสะกดกั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้
“จะเช้าแล้ว”
คำพูดที่เปล่งออกมาแผ่วเบาถูกกลืนหายไปในสายลมอันเย็นเยือกเจือกลิ่นคาวเค็ม เด็กหนุ่มก้มหน้านิ่งมองฝ่ามือของตนอยู่ครู่ใหญ่แล้วจึงเปิดฝามือถือแบบพับได้ขึ้นพลางจ้องมองหน้าจอที่สว่างจ้าขึ้นมาอย่างเลื่อนลอยขณะปล่อยให้นิ้วเรียวเคลื่อนไหวไปตามความเคยชิน
“ไม่มีข้อความใหม่”
ครั้นแล้วรอยยิ้มบางก็เหยียดออกบนริมฝีปากราวจะเย้ยหยัน ทั้งที่รู้อยู่แล้วแท้ๆว่าจะต้องเป็นอย่างนี้แต่ก็ยังอดจะหวังไม่ได้
คาดหวังเพื่อที่จะผิดหวัง
เรื่องราวแสนธรรมดาของโลกใบนี้ที่เขาไม่ยอมเข้าใจเสียที
แจจุงทรุดร่างลงนั่งบนพื้นพรมสีเหลืองสลับเขียวพลางอ้าแขนออกเพื่อโอบกอดตัวเองอย่างเดียวดาย ใบหน้าสวยงามเกยคางบนเข่าทั้งสองข้างของตนขณะที่สองแขนยิ่งกระชับกอดรอบกายให้แน่นเข้าราวกับจะสามารถขับไล่ความเหงาออกจากอากาศทุกอณูรอบตัว
ทว่า…..
มันกลับเย็นเยียบไม่เปลี่ยนแปลง
ยิ่งทำให้หนาวเหน็บและรู้สึกอยากร้องไห้มากกว่าแต่ก่อน
เขาเปลี่ยนมาซุกใบหน้าลงกับเข่า มือถือที่อยู่ในมืออีกข้างหนึ่งถูกกำเอาไว้จนแน่นเหมือนต้องการยึดมันเป็นที่พึ่งพิง คล้ายต้องการให้เป็นตัวแทนของความหวังทั้งหมดทั้งมวล เป็นเส้นสายบางเบาที่จะยึดโยงเชื่อมต่อความรู้สึกจากวันวานมาสู่วันนี้
จากตนไปจนถึงคนสำคัญที่ไม่อาจรู้ได้ว่าเวลานี้อยู่ที่ใดบนโลกอันกว้างใหญ่
ริ้วสีต่างๆที่เสียดแทงออกมาจากขอบฟ้าด้านตะวันออกชัดเจนขึ้นทีละน้อย ทั้งสีชมพูสีเหลืองสีส้มเหมือนกับแสงไฟเบิกม่านก่อนละครจะเริ่มต้นแสดง หากดวงตาทั้งสองข้างของคนในทุ่งดอกหญ้าไม่อาจรับรู้สิ่งใดนอกจากความมืดดำอันล้ำลึกไร้ที่สิ้นสุด
รัตติกาลอันเป็นนิรันดร์
……..
……….
จริงหรือ?
รัตติกาลนั้นเป็นนิรันดร์แน่หรือ?
มันทอดยาวออกไปจนมิอาจค้นพบจุดสิ้นสุดอย่างนั้นใช่ไหม?
พลันหยดน้ำใสก็รินไหลลงจากดวงตาตกกระทบดอกหญ้าเล็กๆให้สั่นไหว ไหล่ทั้งสองข้างสะท้านตามเสียงสะอื้นเบาๆซึ่งหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่พยายามกดเก็บความอ่อนแอของตนไว้ภายในอย่างเต็มที่
เพราะว่า…….ไม่มีคนสำคัญยืนอยู่เคียงข้างคอยปลอบโยนเหมือนเช่นเคย
เวลาร้องไห้คนเดียวถึงได้ทั้งเจ็บปวดทั้งอ้างว้างขนาดนี้
ชีวิตที่วนเวียนซ้ำซากราวกับวงโคจรของดวงดาวเมื่อใดจะค้นพบคำตอบ
วันนี้…..พรุ่งนี้…..
หรือว่า……ไม่มีวัน
ยิ่งนานเม็ดทรายในนาฬิกาแก้วก็ยิ่งหลั่งไหลลงมาเรื่อยๆ หลุดรั่วฟุ้งกระจายไปในอากาศรอบข้างเหลือทิ้งเพียงความเบาโหวงว่างเปล่า ดวงใจกลวงๆนั้นไม่อาจบอกได้ว่าความสุขอยู่แห่งใด
เวลาที่เดินไปข้างหน้านั้นไม่อาจย้อนกลับได้อีกครั้ง สิ่งที่สูญเสียไปจึงไม่มีโอกาสเรียกคืนมา แม้ว่าหยดน้ำตาจะหลั่งลงมากมายเพียงใด ร่ำร้องอ้อนวอนเพียงใด ทั้งๆที่พยายามโอบประคองด้วยสองมือแต่ก็ไม่สามารถรักษาอะไรเอาไว้ได้แม้แต่อย่างเดียว
สมเพชตัวเองเหลือเกินที่ทั้งโง่งมและอ่อนแอนัก
น้ำตายิ่งรินไหลพร้อมเสียงอาการร้องไห้ที่เริ่มรุนแรงขึ้นเป็นลำดับจนร่างผอมสั่นระริกราวต้นไม้กลางพายุฝน ดวงตาอันพร่าเลือนเหลือบมองเสี้ยวบรรยากาศตรงริ้วสว่างที่ขอบฟ้าซึ่งดูเหมือนจะหยุดอยู่ ณ ที่นั่นไม่เคลื่อนคล้อยไปเสียที
หรือว่า…..
วันพรุ่งนี้นั้นไม่มีอยู่จริงอีกต่อไปแล้ว
จากนี้……จะต้องจมจ่อมอยู่กับรัตติกาลอันยาวนานไร้จุดสิ้นสุด ไม่อาจค้นพบคำตอบที่เฝ้าตามหามานานแสนนาน
เวลาดูยาวนานราวจะทอดออกไปจนชั่วกัลป์ หากแท้จริงแล้วอาจสั้นเพียงเสี้ยววินาที ร่างของแจจุงก็ผล็อยหลับไปกับพงดอกหญ้าด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการร้องไห้อย่างหนัก แพขนตาหนาที่ทาบทับผิวหน้ายังคงเปรอะไปด้วยหยดน้ำตาเช่นเดียวกับสองข้างแก้ม หากในอุ้งมือยังคงกำโทรศัพท์มือถือสีดำเอาไว้แน่น
ดวงตะวันที่คล้ายจะหยุดอยู่ตรงเส้นขอบฟ้านั้นโผล่พ้นขึ้นมาพร้อมฉายแสงนวลตาฉาบให้ทัศนียภาพทั้งมวลสว่างไสวราวร่ายมนตร์ รัศมีทองเรืองรองอาบไล้มอบประกายระยิบระยับให้ดอกหญ้าก่อนเลื่อนมาสัมผัสผิวแก้มของชายหนุ่มเบาๆอย่างอ่อนโยนแล้วผ่านเลยไป ตามด้วยสายลมอุ่นพร้อมกระซิบบทเพลงจากฟองคลื่นขาวและผืนน้ำสีคราม
ยอดหญ้าเขียวๆโบกสะบัดไล่กันไปเป็นระรอกคลื่น ใบเรียวยาวระอยู่กับหน้าขาวใสขณะที่ดอกสีเหลืองโน้มกิ่งลงไปใกล้แก้มคล้ายจะส่งผ่านจุมพิตอ่อนโยนจากคนสำคัญท่ามกลางทุ่งหญ้าที่ทอดยาวไปจนจรด ณ ปลายอีกด้านของท้องฟ้าสีคราม
วันใหม่เข้าปกคลุมพื้นโลกซีกนี้อย่างเต็มตัวแล้ว รัตติกาลอันมืดมนจางหายไปจนสิ้นราวกับว่าไม่เคยมีอยู่จริงภายใต้แสงแดดสว่างเจิดจ้า ต้นหญ้าเพรียวเอนไหวไปมาตามสายลมเผยให้เห็นถนนดินแดงสายเล็กทอดตัวลดเลี้ยวเพื่อนำพาไปสิ้นสุดยังจุดหมายปลายทางที่ใดสักแห่ง
ละอองเกสรสีเหลืองค่อยๆปลิวขึ้นจากบรรดาดอกหญ้าทีละน้อยแลคล้ายปุยหิมะเหลืองนวล พวกมันสัมผัสใบหน้าของแจจุงแผ่วเบาแล้วหมุนกายลอยล่องขึ้นสู่ฟ้าสีครามเบื้องบนตามสายลมแรง กลีบเล็กบางค่อยๆหลุดร่วงจากขั้วตกสู่อุ้งมือของคนนอนหลับ พลิกพลิ้วทิ้งกายบางลงบนโทรศัพท์มือถือสีดำสนิทตัดกันสรรพสิ่งรอบกาย
มันคล้ายเปล่งประกายเรืองเรื่ออ่อนจางขึ้นมาพร้อมอาการสั่นเบาๆเพื่อเตือนให้ได้รับรู้ว่ามีข้อความใหม่ถูกส่งเข้ามาแล้ว
คนๆนั้นที่รอคอยตลอดมา
คนสำคัญ…..
"ยุนโฮ"
รอยยิ้มบางฉาบทาบนใบหน้าขาวแม้ว่าเจ้าตัวจะยังคงจมอยู่ในห้วงฝันก็ตามที ด้วยว่าเวลานี้รุ่งอรุณได้เยี่ยมกรายเข้ามาปลดปล่อยดวงใจของชายหนุ่มให้หลุดพ้นจากค่ำคืนที่ยาวนานดุจจะเป็นนิรันดร์พร้อมลบเลือนหยดน้ำตาออกไปจากใบหน้าแล้ว ร่างโปร่งขดตัวเล็กน้อยจากลมอ่อนๆที่พัดมาไม่หยุดหย่อน
มือถือเครื่องสีดำสนิทสะท้อนแดดเจิดจ้าเหมือนต้องการแสดงความยินดีกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นและถูกส่งผ่านมายังตัวของมัน ตัวเลขดิจิตอลบอกเวลาบนหน้าจอเคลื่อนคล้อยไปเรื่อยๆราวกับต้องการจะย้ำกับสรรพสิ่งรอบตัว
ไม่มีคืนใดจะเป็นนิรันดร์
ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องผ่านตราบเท่าที่เวลายังคงเดินต่อไป
เพราะว่า……ตะวันจะต้องฉายแสงในเช้าวันใหม่ลบเลือนความเศร้าทั้งหลายอย่างแน่นอน
…………………
………………..
ความทุกข์ทั้งมวลในวันวาน จะค่อยๆถูกปัดเป่าไปอย่างช้าๆ
คำถามร้อยพันในวันนี้นั้น สักวันคงได้พบคำตอบอย่างแน่นอน
ณ ที่ปลายอีกด้านของท้องฟ้า
จะได้พบกับคำตอบอย่างแน่นอน
……………
………..
-----------------Fin------------------------
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ